แสงฆ่าเชื้อโรค
Monocacy Health Partners Health,Medical,Technology แสงฆ่าเชื้อโรค รวมหลักการทำงานและเรื่องน่ารู้

แสงฆ่าเชื้อโรค รวมหลักการทำงานและเรื่องน่ารู้

แสงฆ่าเชื้อโรค

“แสง” หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของคนเรา เพราะทำหน้าที่ให้แสงสว่าง ทำให้เรามองเห็นภาพวัตถุต่างๆ และสามารถนำมาต่อยอดประโยชน์ได้อีกมากมาย เช่น ประกอบอาหาร ตากผ้า เป็นต้น แต่รู้หรือไม่ นอกจากประโยชน์เหล่านั้นแล้ว แสงฆ่าเชื้อโรคได้ด้วย!

แสงฆ่าเชื้อโรคหน้าตาเป็นแบบไหน ทำงานอย่างไร มาดูกัน

แสงแบบไหนฆ่าเชื้อโรคได้

แสงมีหลายรูปแบบ หลายลักษณะ แตกต่างกันที่ความยาวคลื่น ความถี่ ความเร็ว และแหล่งกำเนิดแสง เช่น แสง UV จากดวงอาทิตย์, แสงจากหลอดไฟฟ้า, แสงธรรมชาติจากหิ่งห้อย เป็นต้น แต่แสงที่สามารถนำมาใช้ฆ่าเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ คลื่นแสง 405 นาโนเมตร ซึ่งเป็นแสงที่มนุษย์มองเห็นได้ (Visible Light) เพราะแสงฆ่าเชื้อโรคชนิดนี้เป็นนวัตกรรมล่าสุด ที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ซึ่งรวมถึงโคโรนาไวรัส ได้ยาวนานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง

นับว่าเป็นการฆ่าเชื้อแบบถาวรเมื่อเทียบกับการเช็ดพื้นผิวด้วยสารทำความสะอาด, การใช้รังสี UVC, การใช้ก๊าชโอโซน และการใช้ไอระเหยของสารเคมีเป็นการฆ่าเชื้อ ที่เป็นฆ่าเชื้อโรคแบบชั่วคราว ซึ่งเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งแล้ว เชื้อโรคบางชนิดมีโอกาสเพิ่มจำนวนได้ถึง 1 ล้านตัวภายในเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง

แสงฆ่าเชื้อโรคได้อย่างไร

หลักการของแสงฆ่าเชื้อโรคอธิบายได้ง่าย ดังนี้

  • อุปกรณ์หลอดไฟฟ้าผลิตแสง 405 นาโนเมตร
  • อุปกรณ์ปล่อยแสง 405 นาโนเมตรให้ตกกระทบในอากาศและพื้นผิววัตถุต่างๆ
  • พลังงานและความเข้มของแสง จะเข้าไปสู่ DNA และ RNA ของเชื้อก่อโรคต่างๆ ทำให้เชื้อถูกทำลาย ขยายจำนวนไม่ได้ และตายในที่สุด

แสงฆ่าเชื้อโรค CLEAN EDGE

ผู้นำด้านนวัตกรรมแสงฆ่าเชื้อโรค 405 นาโนเมตร ในประเทศไทย ได้แก่ “CLEAN EDGE” โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากบริษัท Seoul Viosys ผู้ดูแลระบบฆ่าเชื้อบนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station) จึงมีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่างที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน ว่าจะได้รับความปลอดภัย ห่างไกลเชื้อโรค

  • ผ่านการรับรองมาตรฐาน IEC62471 (Exempt) ที่ระดับความปลอดภัยสูงสุด มีความปลอดภัยต่อมนุษย์
  • ฆ่าเชื้อได้ทุกที่ ทั้งในอากาศและพื้นผิว โดยเฉพาะพื้นผิวที่ทำความสะอาดได้ยาก ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ใช้ง่าย สะดวก และประหยัด เมื่อเทียบกับการใช้เครื่องฆ่าเชื้อโรครูปแบบอื่น เพราะไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง ไม่ต้องใช้สารฆ่าเชื้อ และไม่ต้องเติมสารเคมี ลดขั้นตอนและลดงบประมาณในการบำรุงรักษาได้เป็นอย่างดี
  • หลอดไฟของ CLEAN EDGE ใช้งานได้นาน 50,000 ชั่วโมง* และใช้พลังงานต่ำ* จึงทำให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ไม่มีสะดุด

แสงฆ่าเชื้อโรค CLEAN EDGE สามารถนำไปใช้ได้กับทุกสถานที่ โดยเฉพาะกับแหล่งที่คนพลุกพล่าน เช่น โรงพยาบาล ร้านอาหาร โรงเรียน สนามบิน คลินิก ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

ปัจจุบันแสงฆ่าเชื้อโรค CLEAN EDGE ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานรัฐและเอกชนมากมาย ให้ดูแลความปลอดภัยในสถานที่ เช่น สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาล พุทธชินราช โรงพยาบาลเกษมราฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเศร์ โรงพยาบาล ประสาทเชียงใหม่ คลินิกเวชกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ฯลฯ

ข้อควรรู้ก่อนใช้แสงฆ่าเชื้อโรค

ประสิทธิภาพในการใช้แสงฆ่าเชื้อโรค CLEAN EDGE ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดของพื้นที่ ความถี่ในการติดตั้งอุปกรณ์ สภาพแวดล้อมโดยรอบ เป็นต้น ผู้สนใจใช้อุปกรณ์นี้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้งาน

สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ การช่วยดูแลสุขภาพกายของตนเอง คนใกล้ชิด และคนในสังคมให้ปลอดภัยห่างไกลเชื้อโรค จะช่วยให้สังคมน่าอยู่มากขึ้น

สนใจสอบถามข้อมูลแสงฆ่าเชื้อโรค CLEAN EDGE เพิ่มเติมได้ที่ https://cleanedgethailand.com/

Related Post

อาการปวดหัว

อาการปวดหัวบ่อย ๆ มีความผิดปกติหรือไม่?อาการปวดหัวบ่อย ๆ มีความผิดปกติหรือไม่?

อาการปวดหัวจะถือเป็นอาการที่เคยเกิดขึ้นกับทุกคนอย่างแน่นอน ซึ่งอาการปวดหัวนั้นจะเป็นลักษณะอาการที่ปวดในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งบริเวณศีรษะ และทุกคนรู้หรือไม่ว่าอาการปวดหัวจะมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน อย่างเช่น อาการปวดหัวแบบถูกกดบีบ อาการปวดหัวแปล๊บ ๆ อาการปวดหัวจี๊ด หรืออาการปวดหัวตึ้บ ๆ เป็นต้น ซึ่งอาการปวดหัวเหล่านี้จะมาพร้อมกับสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นหากใครที่มีอาการปวดหัวบ่อย ๆ มาดูกันเลยว่าจะเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง ปวดหัวบ่อย ๆ มีความอันตรายหรือไม่? แน่นอนว่าอาการปวดหัวถือเป็นความผิดปกติที่ทุกคนจำเป็นต้องได้รับการตรวจอย่างถี่ถ้วน และหากใครที่มีอาการปวดหัวอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ ผู้ที่จำเป็นต้องรับประทานยาแก้ปวดทุกวัน หรือเกือบทุกวันแต่ก็ยังไม่หายปวดหัวสักที ควรเข้าพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของอาการปวดหัวอย่างจริงจัง และช่วยให้เราได้เข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้การเข้ารับการรักษายังเป็นตัวช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นจากอาการปวดหัวได้อีกด้วย แต่หากเราไม่เข้ารับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม อาจจะก่อให้เกิดความอันตรายในระยะยาวได้นั่นเอง

Health
อาการนอนไม่หลับ

นอนไม่หลับแก้ได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนอนไม่หลับแก้ได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ทุกท่านจะต้องทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า การพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวันถือเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญต่อชีวิตของทุก ๆ ท่าน ซึ่งความต้องการในการนอนหลับพักผ่อนของแต่ละคน และแต่ละช่วงวัยจะมีความแตกต่างกันออกไป แต่ไม่ว่าจะอยู่วัยไหนหากนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จะมีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ร่างกายมีความอ่อนเพลีย สมาธิสั้นลง ความจำแย่ลง รวมทั้งยังส่งผลกระทบในเรื่องของการทำงานในด้านต่าง ๆ อีกด้วย ดังนั้นหากใครที่กำลังประสบกับปัญหาการนอนไม่หลับ และไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างเพียงพอ จะต้องรีบหาวิธีแก้ไขโดยด่วน รักษาอาการนอนไม่หลับ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การที่เรานอนไม่หลับ หลับยากหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากใครต้องการนอนหลับได้ง่ายยิ่งขึ้น จะต้องทำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองโดยด่วน เพื่อที่จะป้องกันปัญหาการนอนไม่หลับ รวมทั้งปัญหาในด้านอื่น ๆ ตามมา ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้องและได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

Health
เทคโนโลยี Hyperthermia

เทคโนโลยี Hyperthermia พลังแห่งความร้อน แนวทางใหม่ในการรักษามะเร็งเทคโนโลยี Hyperthermia พลังแห่งความร้อน แนวทางใหม่ในการรักษามะเร็ง

โรคมะเร็งจัดว่าเป็นภัยร้ายที่หลาย ๆ คนไม่อยากให้เกิด เพราะการรักษาในปัจจุบันนั้นมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก จึงเป็นโรคที่ทำให้หลายคน รู้สึกกลัว แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีอีกหนึ่งแนวทางการรักษา ที่จะช่วยให้ทำลายเซลล์มะเร็งได้ ด้วยความร้อน นั่นก็คือเทคโนโลยี Hyperthermia อาจจะยังเป็นแนวทางการรักษาที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก วันนี้เราจึงจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีดังกล่าวให้มากขึ้น เทคโนโลยี Hyperthermia คืออะไร เทคโนโลยี Hyperthermia เป็นแนวทางในการรักษาโดยใช้ความร้อน 40 ถึง 43 องศาเซลเซียส เพื่อจำลองการเป็นไข้ของร่างกาย กระตุ้นให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นกว่าปกติ เพื่อให้ภูมิคุ้มกันให้ทำงานมากขึ้น ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้มากขึ้น

Health Medical