ในปัจจุบันนี้มีการเอาเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ในทุกแขนง ไม่เว้นแม้แต่ในแวดวงการรักษาด้านกายภาพบำบัด Robotic Rehab คือ ชื่อของหุ่นยนต์ฟื้นฟูร่างกายที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูให้ได้ผลดี หุ่นยนต์ฟื้นฟูร่างกายมีหลายประเภทแบ่งตามลักษณะการใช้งาน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกัน
มาทำความรู้จักหุ่นยนต์ฟื้นฟูร่างกาย (Robotic Rehab) แต่ละแบบกัน
1. Treadmill-based Robotic: หุ่นยนต์ฝึกเดินบนลู่วิ่ง เป็น Robotic Rehab ที่ใช้สำหรับฝึกเดินบนลู่วิ่ง มีระบบการพยุงตัว ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของสะโพกและข้อเข่า เพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเดิน ผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อและข้อ รวมไปถึงผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณกระดูกสันหลัง
2. Mobile Robotic: หุ่นยนต์ฝึกเดินบนพื้น ใช้สำหรับฝึกเดินโดยจะช่วยพยุงผู้ป่วยให้เดินบนพื้นเพื่อไปยังทิศทางต่าง ๆ ตามที่ต้องการได้ เสมือนการเดินแบบปกติ หุ่นยนต์จะคอยควบคุมบริเวณสะโพก และข้อเข่าของผู้ป่วย ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเดิน
3. Stationary Robotic Base: หุ่นยนต์ช่วยออกกำลังกายขา ใช้สำหรับช่วยในการเคลื่อนไหวออกแรงกำลังขาไปในทิศทางที่กำหนด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ขา ช่วยประสานการทำงานของข้อต่อ และขาสองข้างให้ดีขึ้น
4. Ankle and Knee Rehabilitation System: หุ่นยนต์ช่วยการฟื้นฟูข้อเข่าและข้อเท้า ใช้สำหรับช่วยในการเคลื่อนไหวเพื่อฟื้นฟูข้อเข่าและข้อเท้า เพิ่มการทรงตัวให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีข้อเท้าผิดรูป หรือเดินไม่ได้ จะให้หุ่นยนต์นี้ช่วยในการก้าวขาให้สามารถทรงตัวและเดินได้เหมือนปกติ หรือใกล้เคียงปกติมากขึ้น
5. Hand Robotic Rehabilitation System: หุ่นยนต์ฟื้นฟูมือ Robotic Rehab ประเภทนี้ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระบบปั๊มลม ใช้สำหรับผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ป่วยจะได้บริหารนิ้วมือ กล้ามเนื้อมือช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพมือ กระตุ้นระบบประสาท และช่วยให้มือสามารถเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคระบบประสาทส่วนกลาง โรคหลอดเลือดสมอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและไขสันหลังระดับคอ ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการข้ออักเสบ เอ็นอักเสบ ความผิดปกติของเส้นประสาท หรือเกิดอาการบาดเจ็บที่มือโดดเด็ดขาด
ข้อดีของการใช้ Robotic Rehab ในการรักษาผู้ป่วย
1. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยให้มากขึ้น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการรักษาออกไป ช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
2. ให้ผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีขึ้น เพราะสามารถรักษาได้ตรงจุดได้มากขึ้น และมีระบบควบคุมความปลอดภัยที่แม่นยำ ทำให้คนไข้ หรือผู้ที่เข้ารับการรักษามีความปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น
3. ช่วยลดต้นทุนค่าบริหารจัดการ ลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายกับผู้รับบริการ อีกทั้งยังช่วยทุ่นแรงให้ผู้ที่เข้ารับการรักษาได้ฝึกการเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น
Robotic Rehab เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยม และสามารถตอบโจทย์ด้านการรักษาที่ดี เพราะช่วยทุ่นแรงในเรื่องการรักษาทางกายภาพบำบัดได้ดี มีความปลอดภัยสูง รวมทั้งช่วยทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ลดความเจ็บปวดจากการรักษาน้อยลงด้วย
