เคลือบฟลูออไรด์
Monocacy Health Partners Health รู้จัก “เคลือบฟลูออไรด์วานิช” วิธีป้องกันฟันผุยอดฮิตของเด็กๆ

รู้จัก “เคลือบฟลูออไรด์วานิช” วิธีป้องกันฟันผุยอดฮิตของเด็กๆ

เคลือบฟลูออไรด์

                เมื่อเด็กๆ เริ่มมีฟันน้ำนมงอกขึ้นมา พ่อแม่มือใหม่ก็มักจะได้รับคำแนะนำว่า ให้พาเด็กๆ ไปเคลือบฟลูออไรด์แบบวานิชทุกๆ ปี เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้ฟัน และลดโอกาสในการเกิดฟันผุในอนาคต

                แต่พ่อแม่บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า การเคลือบฟลูออไรด์วานิชคืออะไร ทำงานอย่างไร หรือมีเรื่องอะไรที่ควรรู้ก่อนพาลูกไปเคลือบฟันบ้าง บทความนี้จึงอยากจะอาสาพาพ่อแม่ไปทำความรู้จักการเคลือบฟลูออไรด์ด้วยวิธีนี้กันให้มากขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสูดของลูกน้อย

เคลือบฟลูออไรด์วานิชคืออะไร

                พ่อแม่ทุกคนคงรู้จักกับการเคลือบฟลูออไรด์กันอยู่แล้ว เพราะล้วนเคยผ่านช่วงเวลาเด็กๆ ที่โดนบังคับให้ต้องเคลือบฟลูออไรด์กันมาก่อน แต่เมื่อพูดถึงการเคลือบฟลูออไรด์แบบวานิช เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนคงเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าหน้าตาเป็นอย่างไร มีวิธีการอย่างไร และใช่แบบเดียวกับที่ตนเองเคยผ่านมาแล้วหรือไม่?

                การเคลือบฟลูออไรด์วานิช (Fluoride Varnish) อธิบายง่ายๆ ได้ว่า เป็นการที่ทันตแพทย์นำสารฟลูออไรด์เข้มข้นมาทาเคลือบบนผิวฟันของเด็กให้ทั่วทั้งช่องปากด้วยแปรง พู่กัน หรือสำลี โดยเน้นที่จุดผุสีขาว ฟันด้านบดเคี้ยว และฟันด้านประชิดในซอกฟันอย่างระวัง แล้วปล่อยให้แห้งเป็นชั้นผิวที่คอยเคลือบฟันเอาไว้

เหตุผลที่เด็กควรเคลือบฟลูออไรด์วานิช

                การเคลือบฟลูออไรด์วานิช มีประโยชน์ในด้านการเพิ่มความแข็งแรงให้โครงสร้างฟัน ทำให้ผลึกเคลือบฟันแข็งแรงขึ้น ทนต่อกรดที่ทำให้เกิดฟันผุได้มากขึ้น ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในช่องปาก โดยจะยับยั้งแบคทีเรียไม่ดี และเสริมสร้างแบคทีเรียชนิดดี อีกทั้งฟลูออไรด์จะช่วยยับยั้งการละลายตัวของแร่ธาตุที่ผิวฟัน และกระตุ้นให้เกิดการสะสมกลับของแร่ธาตุบนผิวฟัน ทำให้ฟันผุในระยะเริ่มแรก หายเป็นปกติได้อีกด้วย

เคลือบฟลูออไรด์วานิชเหมาะกับใคร

                เด็กทุกคนควรเคลือบฟลูออไรด์วานิช เนื่องจากฟันของเด็กเป็นฟันน้ำนม มีสารเคลือบฟันแข็งแรงน้อยกว่าฟันแท้ จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับฟันและช่องปาก ซึ่งการทำความสะอาดช่องปากด้วยการแปรงฟันอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะเด็กมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ และปัญหาช่องปากอื่นๆ ได้มากมาย เช่น ชอบกินขนมหวาน ไม่ชอบแปรงฟันบ่อยๆ เป็นต้น

                โดยช่วงอายุที่แนะนำคือประมาณ 3-6 ปี เพราะเป็นช่วงวัยที่เด็กรู้จักวิธีการบ้วนปากแล้ว เพราะขั้นตอนการเคลือบฟลูออไรด์จะต้องบ้วนน้ำลายออกเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กได้รับฟลูออไรด์เกินขนาด แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าพบว่าเด็กที่อายุน้อยกว่านี้มีปัญหาฟันและช่องปากมากเป็นพิเศษ เช่น มีจุดขาวๆ เป็นสัญลักษณ์ของโรคฟันผุเริ่มแรก ฟันหัก ฟันบิ่น หรือฟันแตก ก็สามารถพามาพบทันตแพทย์ได้ทันที

ควรเคลือบฟลูออไรด์วานิชบ่อยแค่ไหน

                สำหรับเด็กๆ ทั่วไปที่มีสุขภาพฟันแข็งแรงดี แนะนำให้เคลือบฟลูออไรด์วานิชปีละ 1 ครั้ง แต่สำหรับเด็กที่ทันตแพทย์ประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาฟันและช่องปากมากกว่าเด็กทั่วไป ควรเคลือบฟลูออไรด์วานิชบ่อยครั้งขึ้นเป็นทุก 3- 6 เดือน ตามคำแนะนำของทันตแพทย์

ข้อควรรู้ก่อนเคลือบฟลูออไรด์วานิช

                พ่อแม่ที่สนใจจะพาลูกไปเคลือบฟลูออไรด์วานิช มีข้อควรรู้บางอย่างที่ควรรู้ล่วงหน้า เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้ลูกๆ ได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

  1. ก่อนเคลือบฟลูออไรด์วานิชควรให้ลูกงดทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด
  2. ควรให้ลูกพักผ่อนให้เพียงพอ และแปรงฟันให้สะอาดก่อนไปพบทันตแพทย์
  3. หลังจากเคลือบฟันเสร็จควรงดทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มเป็นเวลา 1 ชั่วโมง งดทานอาหารแข็งและอาหารที่ต้องเคี้ยวเป็นเวลา 2 ชั่วโมง รวมถึงงดแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นเวลา 1 วัน เพื่อให้ฟลูออไรด์ทำงานอย่างเต็มที่

Related Post

icsi คือ

ICSI คือนวัตกรรมสำหรับคนมีบุตรยากICSI คือนวัตกรรมสำหรับคนมีบุตรยาก

ในปัจจุบัน ปัญหาการมีบุตรยากเป็นสิ่งที่คู่สมรสจำนวนมากต้องเผชิญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ในครอบครัว อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้นำมาซึ่งนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตร หนึ่งในนั้นคือเทคนิค ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาภาวะมีบุตรยาก ICSI คือกระบวนการที่แพทย์จะทำการฉีดอสุจิเพียงตัวเดียวเข้าไปในไข่โดยตรง เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ วิธีการนี้แตกต่างจากการทำเด็กหลอดแก้วทั่วไป (IVF) ตรงที่ ICSI เป็นการช่วยให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่โดยตรง แทนที่จะปล่อยให้อสุจิและไข่ผสมกันเองในจานเพาะเลี้ยง เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพหรือจำนวนอสุจิ เช่น อสุจิมีจำนวนน้อย เคลื่อนที่ช้า หรือมีรูปร่างผิดปกติ นอกจากนี้ ICSI ยังเหมาะสำหรับกรณีที่เคยทำ IVF

Health
Robotic Rehab

รวมประเภทของหุ่นยนต์ฟื้นฟูร่างกาย (Robotic Rehab) แต่ละแบบช่วยอะไรบ้างรวมประเภทของหุ่นยนต์ฟื้นฟูร่างกาย (Robotic Rehab) แต่ละแบบช่วยอะไรบ้าง

                ในปัจจุบันนี้มีการเอาเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ในทุกแขนง ไม่เว้นแม้แต่ในแวดวงการรักษาด้านกายภาพบำบัด Robotic Rehab คือ ชื่อของหุ่นยนต์ฟื้นฟูร่างกายที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูให้ได้ผลดี หุ่นยนต์ฟื้นฟูร่างกายมีหลายประเภทแบ่งตามลักษณะการใช้งาน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกัน มาทำความรู้จักหุ่นยนต์ฟื้นฟูร่างกาย (Robotic Rehab) แต่ละแบบกัน                 1. Treadmill-based Robotic: หุ่นยนต์ฝึกเดินบนลู่วิ่ง เป็น Robotic Rehab ที่ใช้สำหรับฝึกเดินบนลู่วิ่ง มีระบบการพยุงตัว ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของสะโพกและข้อเข่า เพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเดิน ผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อและข้อ รวมไปถึงผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณกระดูกสันหลัง  

Health Medical Technology
เครื่อง ดูด ฝุ่น ไร้ สาย

ประหยัดแรงและเวลา ด้วยเครื่องดูดฝุ่นไร้สายแบบไหนถึงตอบโจทย์ประหยัดแรงและเวลา ด้วยเครื่องดูดฝุ่นไร้สายแบบไหนถึงตอบโจทย์

ทุกวันนี้หลายคนมีเวลาในแต่ละวันจำกัด แต่ก็ยังอยากให้บ้านสะอาดอยู่เสมอ “เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย” จึงกลายเป็นผู้ช่วยสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มการทำความสะอาดให้เร็วขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น และที่สำคัญคือช่วยประหยัดแรงได้มากกว่าที่คิด แต่จะเลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์การใช้งานในบ้านคุณ? มาดูกัน ทำไมเครื่องดูดฝุ่นไร้สายถึงช่วยประหยัดแรงและเวลา? การทำความสะอาดบ้านแบบเดิม ๆ อาจใช้เวลาหลายชั่วโมง ทั้งต้องลากสายไฟ ย้ายปลั๊ก และแบกเครื่องหนัก ๆ ไปทั่วบ้าน ต่างจากเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ให้คุณหยิบใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่หรือการเคลื่อนย้ายให้ยุ่งยาก ข้อดีที่ทำให้เครื่องดูดฝุ่นไร้สายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า แล้วแบบไหนถึงจะตอบโจทย์บ้านคุณ? การเลือกเครื่องดูดฝุ่นไร้สายไม่ใช่แค่ดูดีไซน์หรือราคาเท่านั้น แต่ควรดูจากฟีเจอร์ที่สอดคล้องกับการใช้งานจริงของบ้านคุณด้วย 1. พิจารณาขนาดพื้นที่บ้าน 2. เช็กแรงดูดและระบบกรองฝุ่น 3. ความจุของกล่องเก็บฝุ่น 4.

Health Technology